Nasdaq 100 Index คืออะไร และลงทุนยังไง?

นักลงทุนมักสนใจที่จะลงทุนในดัชนี Nasdaq 100 เพราะเป็นดัชนีดังที่รวมหุ้นบริษัทกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและเทคโนโลยีชีวภาพซึ่งได้รับความสนใจจากผู้คนในยุคปัจจุบัน ทำให้ Nasdaq 100 ถือเป็นดัชนีที่มีประโยชน์สำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายหุ้นเทคโนโลยี เพราะมันสะท้อนภาพรวมที่ดีว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั้งหมดมีสถานะเป็นอย่างไร และสามารถใช้ประกอบการพิจารณาแนวโน้มของตลาดได้อย่างดีมาก

ค้นโอกาสในการซื้อขายที่ cmtrade

Nasdaq 100 คืออะไร

ดัชนี NASDAQ 100 เป็นดัชนีตลาดหุ้นที่รวมบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดและมีการซื้อขายมากที่สุด 100 แห่งซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นแนสแด็ก ดัชนีตลาดหุ้น NASDAQ 100 เป็นตัวช่วยให้นักลงทุนเปรียบเทียบระดับราคาปัจจุบันและในอดีตเพื่อคำนวณประสิทธิภาพของตลาดโดยรวม

โดยพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ดัชนี NASDAQ 100 เป็นตัวแทนของบริษัททุกประเภทในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ๆ ตั้งแต่ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ไปจนถึงการค้าปลีกหรือเทคโนโลยีชีวภาพ อย่างไรก็ตาม บริษัท NASDAQ 100 ไม่รวมบริษัทการค้าหรือบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมการลงทุนทางการเงิน

ประวัติความเป็นมา

ก่อนที่เราจะวิเคราะห์ดัชนี NASDAQ 100 เราจะพาคุณไปทำความความเข้าในแง่ของความเป็นมาของดัชนี Nasdaq 100 เสียก่อน ดัชนี Nasdaq 100หรือตัวย่อ NDX  เปิดตัวในเดือนมกราคม พ.ศ. 2528 เพื่อติดตามบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 100 แห่งในแง่ของมูลค่าหุ้น โดยเกิดขึ้นหลังจากการก่อตั้งของตลาดหุ้น NASDAQ ในปี 2514 ซึ่งเป็นตลาดหุ้นแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่นำการซื้อขายทางออนไลน์โดยเน้นที่บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงบริษัทดังอย่าง Google

ทั้งนี้ในตอนแรกไม่ได้เปิดให้มีการซื้อขายจริงและทำหน้าที่เป็นเพียงแพลตฟอร์มใบเสนอราคา มันช่วยลดสเปรด (ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอขายหุ้นและราคาเสนอซื้อ) ซึ่งไม่เป็นที่นิยมในหมู่โบรกเกอร์ เนื่องจากเป็นที่มาของค่าคอมมิชชั่นส่วนใหญ่ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา NASDAQ ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์มากขึ้น ไม่มีจำเป็นต้องมีออฟฟิศ เนื่องจากการซื้อขายทั้งหมดทำผ่านการออนไลน์เป็นหลัก

Nasdaq 100 Index คืออะไร และลงทุนยังไง?

Nasdaq 100 คำนวนอย่างไร

ดัชนี NASDAQ 100 ประกอบด้วยหุ้นของบริษัทที่ใหญ่ที่สุด 100 บริษัท (ตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด) ที่ซื้อขายในตลาด NASDAQ ดัชนีนี้คำนวณโดยใช้การถ่วงน้ำหนักตามราคาตลาด (modified market weighting)  หมายความว่าบริษัทที่ใหญ่ที่สุดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นี้มีผลกระทบมากที่สุดต่อมูลค่าสุดท้ายของดัชนี แม้ว่าบริษัทที่ใหญ่ที่สุดมีผลกระทบมากที่สุดต่อมูลค่าของดัชนี แต่อย่างไรก็ตามมูลค่าของบริษัทก็ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาต่างๆ มีผลกระทบมากเกินไปต่อผลลัพธ์ของดัชนี NASDAQ 100  ดังนั้นจึงไม่มีบริษัทใดมีอิทธิพลต่อราคาได้มากเกินไป ข้อจำกัดเกี่ยวกับน้ำหนักที่ถ่วงได้แต่ละบริษัทสูงสุดที่อนุญาตคือ 24% ของน้ำหนักของดัชนี

Nasdaq 100 Index คืออะไร และลงทุนยังไง?

โดย ตัวหารดัชนี NASDAQ 100 คือตัวเลขที่ใช้คำนวณมูลค่าเล็กน้อยของดัชนีตลาดหุ้นที่ถ่วงน้ำหนักด้วยราคา

ดัชนี NASDAQ 100 จะรายงานทุกวินาที แต่ค่าที่ยืนยันสุดท้ายจะคำนวณเวลา 16:16 น. เวลาตะวันออก ณ เวลาปิดการซื้อขายในแต่ละวัน มูลค่าสุดท้ายคือราคาดัชนี NASDAQ 100 ที่รายงานในช่องข่าวการเงินและสื่อสิ่งพิมพ์

บริษัทใน Nasdaq 100 มีอะไรบ้าง

NASDAQ 100 เป็นหุ้นของภาคส่วนเทคโนโลยีอย่างแน่ชัด ซึ่งคิดเป็นเกือบ 60% ของดัชนี การซื้อดัชนีจึงมักถูกมองว่าเป็นการเดิมพันในภาคเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

  • อุตสาหกรรมวัสดุพื้นฐาน หรือ BASIC MATERIALS
  • อุตสาหกรรมสินค้าฟุ่มเฟือย หรือ CONSUMER DISCRETIONARY
  • อุตสาหกรรมสินค้าจำเป็นสำหรับการบริโภค หรือ CONSUMER STAPLES
  • การดูแลสุขภาพ หรือ HEALTH CARE
  • อุตสาหกรรม หรือ INDUSTRIALS
  • เทคโนโลยี หรือ TECHNOLOGY
  • โทรคมนาคม หรือ TELECOMMUNICATIONS
  • สาธารณูปโภค หรือ UTILITIES

Nasdaq 100 ทำงานอย่างไร

ดัชนี Nasdaq 100 ไม่ได้ปรับสมดุลบ่อย ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาสำหรับการปรับสมดุล Nasdaq จะตรวจสอบบริษัทที่รวมอยู่ จัดอันดับบริษัทที่มีสิทธิ์ใหม่ และทำการปรับเปลี่ยน ตัวอย่างเช่น ในปี 2560 Wynn Resorts, Ltd. เข้ามาแทนที่ TripAdvisor, Inc.

ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะตัดสินใจทบทวน Nasdaq จะพิจารณาราคาหุ้นและประกาศยอดรวมหุ้นต่อสาธารณะ เมื่อได้รับการจัดอันดับแล้ว บริษัทต่างๆ ที่อยู่ในอันดับที่ 101 ถึง 125 จะยังคงอยู่ต่อหากบริษัทเหล่านั้นอยู่ใน 100 อันดับแรกในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากบริษัทเหล่านั้นไม่สามารถกลับขึ้นไปอยู่ใน 100 อันดับแรกได้ในปีนั้นได้ หุ้นของบริษัทเหล่านั้นจะถูกดร็อป หากบริษัทเหล่านั้นอยู่ในอันดับที่มากกว่า 125 พวกเขาจะถูกดร็อปโดยไม่นำรวมในดัชนี

หุ้น 10 อันดับแรกของดัชนี

หุ้น 10 อันดับแรกของดัชนี Nasdaq 100

  1. บริษัท แอปเปิล (AAPL)
  2. บริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น (MSFT)
  3. บริษัท อเมซอน (AMZN)
  4. บริษัท เทสลา (TSLA)
  5. บริษัท อัลฟาเบท อิงค์ คลาส C (GOOG)
  6. บริษัท อัลฟาเบท อิงค์ คลาส A (GOOGL)
  7. บริษัท NVIDIA (NVDA)
  8. บริษัท เป๊ปซี่โค (PEP)
  9. บริษัทคอสโค (COST)
  10. บริษัทบรอดคอม (AVGO)
Nasdaq 100 Index คืออะไร และลงทุนยังไง?

เกณฑ์การคัดเลือกบริษัทเข้าดัชนี NASDAQ 100

NASDAQ 100 มีมาตรฐานที่เข้มงวดซึ่งบริษัทต่างๆ จะต้องได้รับคุณสมบัติเพื่อที่จะได้นำเสนอให้เข้าร่วมดัชนี ซึ่งรวมถึง

  • หลักทรัพย์ต้องอยู่ในประเภทหลักทรัพย์ดังต่อไปนี้ American Depositary Receipts, หุ้นสามัญ, หุ้นสามัญ, กองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์, ผลประโยชน์จากห้างหุ้นส่วนจำกัด และหุ้นติดตาม
  • มีปริมาณการเทรดหุ้นเฉลี่ยต่อวัน 200,000 หุ้นต่อวัน
  • ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการล้มละลาย
  • หลักทรัพย์ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ เท่านั้น ข้อยกเว้นประการเดียวสำหรับข้อกำหนดนี้คือถ้าหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อื่นของสหรัฐฯ ก่อนปี 2547 และรักษารายชื่อนั้นไว้ ในระดับ Global Select หรือ Global Market

ก่อนปี 2014 บริษัทต่างๆ สามารถมีหุ้นกลุ่มเดียวใน NASDAQ ได้ แต่ตั้งแต่นั้นมากฎระเบียบก็เปลี่ยนไปและบริษัทต่างๆ อาจรวมหุ้นหลาย class ไว้ด้วยก็ได้ หากเป็นไปตามเกณฑ์ของ NASDAQ

ความแตกต่างระหว่างดัชนี NASDAQ 100 และดัชนี NASDAQ Composite

Nasdaq 100 ประกอบด้วยบริษัทต่างๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ๆ ได้แก่ อุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค การดูแลสุขภาพ บริการผู้บริโภค โทรคมนาคม สาธารณูปโภค และเทคโนโลยี โดยจะไม่รวมไว้คือของธนาคารและบริษัททางการเงิน รวมถึงบริษัทด้านการลงทุน นั่นทำให้การจัดสรรสัดส่วนของดัชนีสูงสุดราว 55.22% อยู่ในภาคเทคโนโลยี ขณะที่ภาคส่วนของการบริการผู้บริโภคมีน้ำหนักเกือบ 24.34 เปอร์เซ็นต์

ในทางกลับกันดัชนี Nasdaq Composite Index ประกอบด้วยหุ้นจากอุตสาหกรรมหลัก เช่น น้ำมันและก๊าซ วัสดุพื้นฐาน อุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค การดูแลสุขภาพ บริการผู้บริโภค โทรคมนาคม สาธารณูปโภค การเงินและเทคโนโลยี การจัดสรรสัดส่วนของดัชนีสูงสุดเกือบ 48.16% อยู่ในภาคเทคโนโลยี ขณะที่บริการผู้บริโภคมีน้ำหนักเกือบ 19.49 เปอร์เซ็นต์

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อดัชนี NASDAQ 100

NASDAQ 100 ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลายประการ ซึ่งอาจแตกต่างไป เช่น

  • ผลการดำเนินงานของบริษัท ประสิทธิภาพของธุรกิจที่ระบุไว้ใน NASDAQ 100 จะส่งผลต่อราคาหุ้น ซึ่งจะส่งผลต่อน้ำหนักหุ้นและดัชนีในลักษณะเดียวกัน หากผลประกอบการทางการเงินของบริษัทดีหรือมีแนวโน้มที่ดี ราคาหุ้นของบริษัทจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดัชนี NASDAQ 100 เพิ่มขึ้น หากผลประกอบการไม่ดีหรือบริษัทได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เชิงลบ ดัชนีก็จะตกลง
  • ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
  • อัตราดอกเบี้ย
  • การตัดสินใจนโยบายการเงิน
  • เหตุการณ์ทางการเมืองและภัยธรรมชาติ ตั้งแต่การทำสงครามไปจนถึงการก่อการร้ายไปจนถึงการระบาดใหญ่และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เหตุการณ์ระดับโลกในสังคมและการเมืองสามารถมีอิทธิพลต่อมูลค่าของบริษัทที่ซื้อขายใน NASDAQ 100

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก NASDAQ 100 ประกอบไปด้วยบริษัททางด้านเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ และประกอบด้วยบริษัทเกือบทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา มีปัจจัยบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อ NASDAQ 100 มากกว่าดัชนีอื่นๆ เช่น US2000 หรือ Dow Jones 30 ดังนั้นรายงานรายได้หรือข่าวของบริษัทจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple หรือ Amazon อาจมีอิทธิพลอย่างมากต่อดัชนีโดยรวม สิ่งสำคัญคือต้องสังเกตว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีเกิดขึ้นในระดับมหภาค ดังนั้นประสิทธิภาพของบริษัทเดียวจะไม่ส่งผลกระทบที่มีนัยสำคัญมากนัก เนื่องจากหลักการถ่วงน้ำหนักที่ใช้ภายในดัชนี

นอกจากนี้ นักลงทุนควรให้ความสนใจกับความเสี่ยงโดยรวมในตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด หุ้นกลุ่มเทคมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดในช่วง “ในช่วงที่สภาพแวดล้อมมีความเสี่ยง” เนื่องจากนักลงทุนจะย้ายออกจากหุ้นที่มีความเสี่ยงและมองหาที่หลบภัยทางการลงทุน เช่น การลงทุนในทอง หรือการถือเงินสด

ช่องทางการลงทุนสำหรับมือใหม่

หากคุณเป็นมือใหม่ เราขอแนะนำว่า Exchange Traded Funds (ETFs) ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการลงทุนในดัชนี NASDAQ 100 เพราะนักลงทุนต่างเห็นว่าเป็นวิธีการคุ้มค่ากว่าการซื้อหุ้นทีละตัวและการปรับสมดุลบ่อยครั้ง เนื่องจาก NASDAQ 100 เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยม จึงมี ETF หลากหลายให้เลือก และสามารถลงทุนได้กับเกือบทุกโบรกเกอร์

ด้วยการเทรด CFD โดยใช้เลเวอเรจ คุณไม่ต้องเป็นเจ้าของหุ้นจริงใดๆ คุณเพียงแค่วางเงินมัดจำเพื่อเปิดสถานะที่ใหญ่ขึ้น โดยคำนวณกำไรและขาดทุนจากขนาดตำแหน่งเต็ม ซึ่งหมายความว่ากำไรและขาดทุนของคุณอาจมีค่ามากกว่าจำนวนมาร์จิ้น ดังนั้นให้คุณใช้เครื่องมือการจัดการความเสี่ยง (เช่น Stop loss) เมื่อทำการเทรดคุณสามารถเปิดสถานะ Long ได้หากคุณคิดว่าราคาจะขึ้นหรือ Short หากคุณคิดว่าราคาจะลดลง

วิธีง่าย ๆ 5 ขั้นตอนในการเริ่มเทรด

  1. สร้างบัญชีของคุณกับ CM Trade
  2. ฝากเงินเข้าบัญชีอย่างปลอดภัย
  3. เปิดตำแหน่งซื้อขายแรกของคุณ
  4. เรียนรู้ว่าราคา NASDAQ มีการเคลื่อนไหวอย่างไร
  5. ใช้กลยุทธ์ทางเทคนิคในการเทรด NASDAQ 100
Nasdaq 100 Index คืออะไร และลงทุนยังไง?

สรุป

สุดท้ายนี้ขอสรุปว่า NASDAQ 100 จะถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่ดีเนื่องจากปัจจัยหลายประการ ดังที่กล่าวไว้ ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา NASDAQ 100 มีผลเชิงลบเฉพาะในปี 2543-2546, 2551 และ 2556 และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า S&P 500 อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง NASDAQ 100 แสดงความผันผวนโดยรวมที่สูงกว่าดัชนีขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น Dow Jones นี่อาจหมายถึงผลตอบแทนที่สูงขึ้นในแต่ละการซื้อขาย ทำให้ NASDAQ 100 เป็นการลงทุนที่ดี

Supasan Buakaewruen
Supasan Buakaewruen
ภูมิหลังของ Supasan Buakaewruen เป็นมืออาชีพด้านการเงิน เชี่ยวชาญในด้านการวิเคราะห์การลงทุนและการเขียนบทความสำหรับการเงิน เช่น ฟอเร็ก ดัชนีหุ้น สกุลเงินเสมือน เป็นต้น
บทความที่เกี่ยวข้อง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

บทความเพิ่มเติม
- Advertisment -
目錄